ทำไมการทำ Video Content ถึงสำคัญในการทำการตลาดออนไลน์

Video Content กลายเป็นส่วนหนึ่งของหัวใจหลักในการทำเนื้อหาคอนเทนต์มากขึ้นในปัจจุบัน รู้หรือไม่ว่าความต้องการเสพ Video Content มีการเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และทาง Cisco ได้คาดการณ์ว่าในอนาคตวิดีโอคอนเทนต์จะคิดเป็น 82% ของเปอร์เซ็นต์การใช้อินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคทั้งหมด โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการใช้บริการสตรีมมิ่งวิดีโอที่เพิ่มขึ้นของแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างเช่น YouTube, Netflix และ TikTok

แต่ถึงอย่างนั้นความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ Video Content ก็มีสาเหตุหลักมาจากการที่ “วิดีโอ” เป็นหนึ่งในวิธีที่ค่อนข้างสื่อสารข้อความได้มีประสิทธิภาพอย่างสูง ไม่เพียงแต่ดึงดูดใจกลุ่มเป้าหมายมากกว่าเนื้อหาแบบข้อความหรือรูปภาพเท่านั้น แต่ยังเนื้อหาแบบวิดีโอยังเข้าใจง่ายและสามารถกดแชร์ได้ง่ายกว่าอีกด้วย เพราะเหตุผลนี้วิดีโอจึงกลายเป็นเครื่องมือทางการตลาดและเป็นส่วนหนึ่งในการทำ SEO  และธุรกิจจำนวนมากกำลังลงทุนในการสร้าง Video Content เพื่อเข้าถึงผู้ชมจำนวนมากขึ้น จากการสำรวจล่าสุดของ Wyzowl พบว่า 86% ของธุรกิจใช้วิดีโอเป็นเครื่องมือทางการตลาด เป็นผลให้ความต้องการเนื้อหาวิดีโอจะเพิ่มขึ้นในปีต่อ ๆ ไป

Table of Contents

ความสำคัญของการมี Video Content ใน Marketing Straregy

การมีส่วนร่วม

รู้หรือไม่ว่ามีเหตุผลหลายอย่างว่าทำไมถึงควรใช้คอนเทนต์รูปแบบวิดีโอเป็นส่วนหนึ่งของการทำ Content Marketing Strategy สำหรับในช่วงแรกของการทำคอนเทนต์ ซึ่งการทำ Video Content เป็นวิธีที่ดีที่จะเพิ่ม Engagement Rate นอกจากนี้ Hubspot ยังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าการใช้คลิปวิดีโอเผยแพร่ลงหน้า Landing Page ในเว็บไซต์ของคุณจะช่วยเพิ่มอัตรา Conversion Rate ได้สูงสุดถึง 86%

จากงานศึกษาพบว่าเนื้อหาแบบวิดีโอบนโซเชียลมีเดียมากถึง 60% มีโอกาสที่จะถูกแชร์มากกว่าคอนเทนต์รูปแบบอื่น ๆ โดยมีเหตุผลคือ โอกาสของวิดีโอที่จะได้รับการมีส่วนร่วมจากผู้ชมและสามารถสื่อความในสิ่งที่ต้องการได้ในเวลาอันสั้น แถมการกดแชร์เนื้อหาวิดีโอเป็นสิ่งที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย และสามารถกดปุ่มแชร์ได้ภายในไม่กี่วินาที

Engagement Rate

ไต่อันดับให้สูงขึ้นบน Google และเครื่องมือค้นหาอื่น ๆ

นอกจากวิดีโอจะทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามามีส่วนร่วมด้วยแล้ว เนื้อหาแบบวิดีโอยังมีความสำคัญต่อการทำ SEO มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยทาง Google ได้ระบุว่าเว็บไซต์ที่มีวิดีโออยู่ใน Ranking อันดับต้น ๆ ในผลการค้นหา ส่วนใหญ่เนื้อหาแบบวิดีโอมีประสิทธิภาพดีกว่าเนื้อหาประเภทอื่น ๆ ในผลลัพธ์ของเครื่องมือค้นหา เนื่องจากเนื้อหาแบบวิดีโอมีความน่าสนใจและดึงดูดสายตามากกว่าเนื้อหาแบบข้อความ ด้วยเหตุนี้ ผู้ชมจึงมีแนวโน้มที่จะคลิกชมวิดีโอมากกว่ากดอ่านบทความหรือบล็อกต่าง ๆ 

นอกจากนี้ Video Content มีแนวโน้มที่จะแชร์บนโซเชียลมีเดียเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการเข้าถึงของผู้คนและการมองเห็น และธุรกิจต่าง ๆ สามารถเพิ่มโอกาสในการไต่อันดับของการค้นหาหน้าเครื่องมือการค้นหาต่าง ๆ ได้อีกด้วย 

จากทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้น เมื่อรวมกลยุทธ์ทางการตลาดและการทำ Video Content จะส่งผลให้คนใช้เวลาอยู่บนเว็บไซต์ที่มีวิดีโอมากกว่าการทำคอนเทนต์แบบอื่น ๆ แน่นอนว่าส่วนใหญ่ผู้คนมักจะให้ความสนใจไปกับเนื้อหาที่มีความสร้างสรรค์และมีภาพเคลื่อนไหวมากกว่าเนื้อหาที่มีตัวหนังสือเยอะและกราฟิกที่ไม่ดึงดูดความสนใจ 

อิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าและการเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์

Video Content เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างมากสำหรับการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีงานการศึกษาของ Invodo พบว่ากว่า 73% ของผู้บริโภครู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจเลือกซื้อมากขึ้นหลังจากที่ได้ดูคอนเทนต์รีวิวสินค้าในรูปแบบวิดีโอ ตัวเลขเพิ่มมากขึ้นถึง 85% เมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องทำความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ เช่น อุปกรณ์เล่นเกมที่ต้องมีการทำความเข้าใจในการใช้งานสูง การรีวิวแบบวิดีโอจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเมื่อต้องการทำความเข้าใจหรือมีความซับซ้อนของตัวของสินค้า 

การทำวิดีโอคอนเทนต์ยังเป็นวิธีที่ดีมากสำหรับการสร้างแบรนด์ให้โดดเด่น (Brand Personality)และยังเป็นวิธีที่ดีสำหรับการสร้างความไว้วางใจให้แก่กลุ่มผู้ชมและกลุ่มเป้าหมาย โดยคนส่วนใหญ่มักจะสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับธุรกิจนั้น ๆ เมื่อได้เห็นสินค้าต่าง ๆ ถูกใช้งานจริงและได้ยินจากสมาชิกในทีมของคุณ ดังนั้นหากแบรนด์ต้องการกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้า การทำ Video Content คือหนทางที่จะทำให้แบรนด์ต่าง ๆ สามารถช่วยสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชมและผู้ติดตามได้นั่นเอง

หากใครที่กำลังเกิดคำถามในหัวว่าการสร้าง Video Content จะส่งผลให้การทำตลาดได้ผลจริง ๆ หรือ ให้ลองดูที่ตัวเลขจากข้อมูลของ Wyzowl ที่ได้ระบุว่าธุรกิจต่าง ๆ พบว่า Video Content สามารถดึง Lead Generation ได้สูงถึง 63% และกว่า 81% สามารถปิดการขายได้จากการทำ Video Content  ดังนั้นถ้าหากตอนนี้แบรนด์ไหนที่ไม่ได้เริ่มทำ Video Content อยู่ บอกเลยว่าพลาด!

 

การคิด Video Content ให้ประสบความสำเร็จ 

พยายามทำวิดีโอให้สั้นและสื่อสารให้มีคุณภาพ

ความยาวของวิดีโออาจมีความยาวที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่ว่าแบรนด์ต้องการที่จะถูกแชร์ออกไปหรือเน้นการสื่อสารแบบไหน แต่มีงานศึกษาพบว่ายิ่งวิดีโอมีความสั้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการทำคอนเทนต์ และวิดีโอที่มีความยาวสั้นกว่า 2 นาที มักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีบแพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Twitter และ Instagram 

แต่ถึงอย่างนั้นแล้ว การทำ Video Content ที่มีจุดประสงค์เพื่อรวมไว้ในเว็บไซต์ต่าง ๆ หรือในบล็อกต่าง ๆ อาจมีความยาวได้ไม่เกิน 2 นาที แต่การรักษาความสนใจของผู้ชมหลังจากผ่านไป 5 นาทีอาจทำได้ยากเพราะคนไม่อยากอ่านข้อมูลเป็นระยะเวลานานบนอินเตอร์เน็ต ข้อมูลจาก Wistia สรุปได้ว่าอัตราการมีส่วนในวิดีโอที่มีความยาวน้อยกว่า 5 นาทีค่อนข้างได้รับยอด Engagement ที่สูง โดยอยู่ในช่วงระหว่าง 40 และ 53% อีกทั้งเมื่อความยาวของวิดีอยู่ในช่วง 30 – 60 นาที ยอด Engagement จะตกลงถึง 26% และเมื่อความยาวของวิดีโอมีระยะเวลามากกว่า 1 ชั่วโมงเป็นต้นไปจะทำให้มียอด Engagement เพียงแค่ 13% 

ทำคอนเทนต์เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์

สำหรับแบรนด์ที่ต้องการให้การทำวิดีโอคอนเทนต์ได้รับประสิทธิภาพมากที่สุด ต้องทำให้แน่ใจว่าเนื้อหาของคอนเทนต์ที่สร้างนั้นมีประโยชน์หรือสร้างความสนุกให้แก่ผู้ชม 

มีไม่กี่ขั้นตอนที่สามารถทำเพื่อให้แน่ใจว่าเนื้อหาของวิดีโอได้รับการตอบรับอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมาย โดยขั้นตอนที่จะทำให้การทำ Video Content ประสบความสำเร็จจะเริ่มต้นจากการใช้ภาษา น้ำเสียง และหัวข้อให้สอดคล้องกับแบรนด์และสิ่งที่บริษัทต้องการจะนำเสนอ นอกจากนั้นแล้วควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาวิดีโอได้รับการโปรโมตบนช่องทางออนไลน์อย่างโซเชียลมีเดียหรือช่องทางอื่น ๆ ที่คิดว่ากลุ่มเป้าหมายน่าจะได้เห็นวิดีโอนั้น ๆ และสุดท้ายควรติดตามยอดการมีส่วนร่วมของวิดีโอนั้น ๆ เพื่อที่จะสามารถปรับปรุงคุณภาพและการเข้าถึงวิดีโอได้ในอนาคต

เพิ่มประสิทธิภาพวิดีโอสำหรับการทำ SEO

ในการเพิ่มประสิทธิภาพวิดีโอสำหรับการทำ SEO ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าวิดีโอได้รับการปรับปรุงเนื้อหาให้เหมาะสมกับ SEO เฉกเช่นเดียวกับเนื้อหาประเภทอื่น ๆ ซึ่งตรงนี้จะรวมถึงการเพิ่มคีย์เวิร์ดต่าง ๆ ให้กับการตั้งชื่อวิดีโอและคำอธิบายของวิดีโอ การปรับปรุงสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสการปรากฏในผลลัพธ์ของการค้นหาและมีโอกาสที่วิดีโอจะได้ยอดวิวมากขึ้น

การทำ Video Content ยังควรที่จะทำให้ผู้อื่นสามารถค้นหาและแชร์วิดีโอของได้อย่างง่ายด้วยการรวมลิงก์ของวิดีโอต่าง ๆ ไปลงในเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย และนอกจากนี้ยังควรใส่ข้อมูลของ CTA (Call to action) เข้าไปในวิดีโอ เนื่องจากสิ่งนี้มักจะเป็นจุดที่นักการตลาดชอบทำผิดพลาดเมื่อทำ Video Content โดยการมี CTA นั้นสำคัญมาก เนื่องจากสิ่งนี้สามารถบอกได้ว่าผู้ชมว่าต้องทำอะไรหลังจากดูวิดีโอของคุณ เช่น กดติดตามช่องทางการอัปโหลดวิดีโอของแบรนด์เพื่อลุ้นรับสินค้าฟรี 

 

บทสรุป

 Video Content กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกแพลตฟอร์ม อัตราการรับชมเนื้อหาวิดีโอบน YouTube, Facebook, Instagram และ TikTok สูงขึ้นเรื่อย ๆ และธุรกิจต่าง ๆ กำลังรู้ว่าวิดีโอเป็นวิธีที่ดีอย่างมากในการไต่อันดับ SEO และเพิ่มอัตราการเข้าถึงของผู้ชม และในขณะนี้มากกว่า 70%  Video Content ล้วนอยู่ใน 100 หน้าแรกของการค้นหาบนกูเกิ้ล 

ไม่ว่าจะธุรกิจขนาดเล็ก บล็อกเกอร์ต่าง ๆ หรือแม้แต่ศิลปินก็ล้วนใช้วิดีโอเพื่อเข้าถึงผู้ชมในจำนวนที่มากขึ้นและช่วยให้แบรนด์ของพวกเขาเติบโต ตอนนี้ถ้าใครยังไม่ได้ใช้วิดีโอเพื่อทำการตลาด ก็สามารถไปใช้เครื่องมืออันทรงพลังที่สามารถช่วยเพิ่มอันดับ SEO ของคุณได้ ปัจจุบันเทคโนโลยี ทรัพยากรต่าง ๆ และเครื่องมือทั้งหมดที่มีล้วนส่งผลให้การสร้างและเผยแพร่วิดีโอในปัจจุบันง่ายขึ้นกว่าเดิม อย่ารอช้ารีบลงมือทำเลย

IBEX คือบริษัทรับทำการตลาดออนไลน์และเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านการทำ Video Content ให้ลูกค้าแบรนด์ต่าง ๆ เพื่อการทำการตลาดดิจิทัลและการทำ SEO โดยคุณสามารถติดต่อเราได้ทันทีเพื่อรับคำปรึกษาฟรี ทีมงานของจะให้การช่วยเหลือและติดต่อกลับไปอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง!