ROAS กับ ROI คืออะไร ใช้งานอย่างไรบ้าง

ROAS กับ ROI คืออะไร ใช้งานอย่างไรบ้าง มาหาคำตอบได้ในบทความนี้กันเลย 

 

Table of Contents

ROAS คืออะไร?

ROAS ย่อมากจาก “Return on Ad Spend” มันคือตัวชี้วัดสำคัญในการทำแคมเปญการตลาดหรือโฆษณา คุณสามารถใช้ประโยชน์จากมันได้เมื่อคุณต้องการขยายธุรกิจหรือเพิ่มการมองเห็นในแพลตฟอร์มการตลาดต่าง ๆ

คุณสามารถที่จะคำนวณ ROAS ได้ด้วยการหาอัตราส่วนของผลกำไรเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณที่ใช้ในการทำแคมเปญการตลาด หรือพูดง่าย ๆ ก็คือการเปรียบเทียบจำนวนเงินเสียไปกับจำนวนเงินที่ได้รับกลับมา

ด้วย ROAS คุณจะสามารถวัดผลตอบแทนจากการลงทุนในการทำการตลาดได้ คุณสามารถที่จะใช้ตัวชี้วัดนี้เพื่อวัดผลในแพลตฟอร์มและบริบทใดก็ได้ คุณสามารถที่จะคำนวณ ROAS ในระดับของคีย์เวิร์ดเมื่อทำ SEO เพื่อที่จะรู้ได้ว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์หรือคีย์เวิร์ดใดมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น คุณจึงสามารถที่จะรู้ได้ว่าการทำการตลาดของคุณมีจุดบกพร่องตรงไหนและอะไรที่ทำแล้วได้ผลดีบ้าง เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำการตลาดโดยเฉพาะการยิงโฆษณาหรือการยิงแอดบนกูเกิ้ลในลำดับถัดไป

การคำนึงถึงผลตอบแทนที่ได้รับจากการทำการตลาดนั้นเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนาแคมเปญและวิธีการในการดำเนินการ ความสำคัญของ ROAS ไม่ได้มีเพียงแค่ช่วยให้คุณสามารถคิดแคมเปญที่สร้างการมีส่วนร่วมที่ดีและการเข้าถึงที่กว้างขวางได้เท่านัน แต่ยังรวมไปถึงการรายงานผลและวัดผลตอบรับ สุดท้ายคุณจะสามารถวัดผลกระทบจากแคมเปญและผลตอบแทนทางการเงินได้ด้วย ROAS

ROAS มีวิธีการในการคำนวณอย่างไร?

การคำนวณ ROAS นั้นสามารถทำได้โดยง่ายและตรงไปตรงมา หากว่าคุณรู้ต้นทุนในการทำแคมเปญการตลาดหรือโฆษณาและรายได้ที่ได้รับจากการทำแคมเปญดังกล่าว คุณสามารถที่จะคำนวณ ROAS ได้ด้วยการนำเอารายได้ไปหารกับต้นทุนทางการตลาดตามภาพที่แสดงด้านล่างนี้

ROAS

จะเห็นได้ว่าสูตรในการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าวนั้นทั้งง่ายและรวดเร็ว

เช่นในกรณีที่คุณลงเงิน 100 บาท เพื่อทำโฆษณา และได้ผลตอบแทนกลับมาเป็นเงิน 1,000 บาท คุณจะได้ ROAS ที่ 1,000% ซึ่งแปลว่าคุณได้รับผลตอบแทน 10 เท่าจากเงินลงทุนก้อนแรก

ดังนั้นคุณจึงสามารถที่จะคำนวณภาพรวมของเงินที่ลงไปกับการทำโฆษณาและการตลาดได้โดยง่าย คุณจึงสามารถที่จะรู้ข้อมูลเชิงลึกของมูลค่ากลยุทธ์การตลาดที่ใช้ในการ Optimize เว็บไซต์ของคุณได้

อัตราส่วน ROAS จะขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรม ในบางกรณี ROAS ที่ 200% คือยอมรับได้ ในขณะที่บางกรณีอาจต้องมี ROAS มากถึง 1,000% เพื่อก่อให้เกิดผลกำไร

ดังนั้นเราจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าอัตราส่วนเท่าไหร่คืออัตราส่วนที่ดี คุณสามารถที่จะมีมุมมองได้หลายมุมมองสำหรับแต่ละธุรกิจโดยต้องคำนึงจากต้นทุนและผลกำไรของบริษัทนั้น ๆ เพราะฉะนั้นการตัดสินได้ว่าอัตราส่วนที่ดีควรจะเป็นเท่าไหร่จึงขึ้นอยู่กับว่าบริษัทดังกล่าวนั้นขายอะไร

การวัดผลรวมไปถึงการคำนวณ ROAS นั้นเป็นสิ่งสำคัญและก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีต้นทุนหรือใช้เวลาเยอะเสมอไป คุณสามารถที่จะใช้เครื่องมือฟรีเช่น Google Analytics หรือ Facebook Ads Manager เพื่อดู Conversions หรือจำนวนรายได้ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเพื่อใช้ตัดสินผลตอบรับจากแคมเปญ และคุณสามารถที่จะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการคำนวณหา ROAS ได้

การที่จะตัดสินว่าแคมเปญนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่ คุณจะต้องไม่ลืมที่จะกำหนดเป้าหมายตั้งแต่แรกเริ่ม แต่ถึงกระนั้นเป้าหมายทางการเงินก็ไม่ใช่ตัวขับเคลื่อนความสำเร็จเสมอไป คุณอาจกำหนดเป้าหมายของคุณในรูปแบบของการเพิ่มการมองเห็น, เพิ่ม Traffic, เพิ่มการเข้าถึง, หรือเป้าหมายรูปแบบอื่น ๆ ก็ได้

ถึงอย่างไรก็ตามเป้าหมายทางการเงินมักจะถูกใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการทำแคมเปญโฆษณาและใช้สำหรับคำนวณ ROAS

คุณจะนำเอา ROAS ไปใช้ได้อย่างไร?

คุณสามารถที่จะติดตามผลตอบแทนจากเงินที่ลงไปกับการทำโฆษณาได้โดยง่ายด้วย ROAS และใช้มันเป็นเป้าหมายย่อยที่สำคัญภายใต้เป้าหมายหลักได้ และธุรกิจสามารถที่จะคำนวณผลตอบรับจากการทำแคมเปญโฆษณาได้

คุณสามารถที่จะใช้มันเพื่อประเมินว่ากลยุทธ์ใดคือกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ว่าอะไรที่ควรและไม่ควรทำเพื่อความสำเร็จในระยะยาว คุณสามารถที่จะเริ่มต้นวางกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลได้จากการประเมิน ROAS ของคุณ

ตัวชี้วัด ROAS คือตัวชี้วัดสำคัญในการทำโฆษณาออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการทำ SEO, Google Ads, Facebook Ads, Social Media Marketing หรืออื่น ๆ ข้อมูลเชิงปริมาณรูปแบบนี้คือวิธีการในการเรียนรู้จากข้อเท็จจริงว่าปัจจัยใดที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ในการกำหนดงบประมาณ กลยุทธ์ และการตัดสินใจทางการตลาดต่าง ๆ ในอนาคตได้อีกด้วย

ROI คืออะไร 

ROI ย่อมาจาก “Return on Investment” มันคือตัวชี้วัดว่าคุณสามารถทำเงินไปได้เท่าไหร่เมื่อเปรียบเทียบกับเงินที่คุณจ่ายไปทั้งหมด รวมไปถึงการโฆษณา โดย ROI จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจภาพรวมของการทำธุรกิจออนไลน์เพิ่มมากขึ้น 

ยกตัวอย่างง่าย ๆ คือการที่คุณสามารถที่จะดำเนินการไปได้อย่างง่ายดาย ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่หากคุณขายของออนไลน์แล้วคุณใช้การยิงแอดบนกูเกิ้ลเข้ามาโปรโปมร้านค้าออนไลน์ของคุณ แต่ถ้าหากคุณมีค่าใช้จ่ายอื่นอีกอย่างเช่น ค่าดูแลโดเมนเว็บไซต์ หรือการซื้อของเข้าร้าน ROI ใน Google Ads จะเข้ามาคำนวณค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้คุณเอง

ROI คำนวณอย่างไร 

สามารถคำนวณ ROI ได้ง่าย ๆ ดังนี้ 

ROI = (ยอดขายที่ได้ทั้งหมด/เงินลงทุน) * 100

โดยยอดขายที่ได้ทั้งหมดเป็นยอดที่ได้มาจากการขายของออนไลน์และเงินลงทุนคือจำนวนเงินทั้งหมดที่คุณใช้ในการลงทุน ไม่ใช่แค่ค่าโฆษณาอย่างเดียว 

ยกตัวอย่างเช่น ร้านค้าของคุณทำยอดขายได้ 500,000 บาท และใช้เงินลงทุนไปทั้งหมด 100,000 บาท ดังนั้นถ้าคำนวณตามสูตรจะได้ดังนี้ 

ROI = (500000/100000)* 100

         = 500

หมายความว่าคุณทำ ROI ไปได้ทั้งหมด 500 เท่า   

สรุปภาพรวมของ ROAS กับ ROI ว่ามีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร 

ROI ให้ความสำคัญไปที่ภาพรวมของความสำเร็จของธุรกิจและการลงทุน โดยให้ความสำคัญไปที่ค่าใช้จ่ายและสิ่งที่ได้กลับคืนมา ในขณะเดียวกัน ROAS ให้ความสำคัญไปที่การโฆษณา แคมเปญต่าง ๆ การวัดผลว่าเงินที่ลงทุนนั้นมีเท่าไหร่ โดยทั้งสองอย่างนั้นก็เป็นสิ่งที่จำเป็นในการทำความเข้าใจว่าการทำการตลาดออนไลน์ที่คุณได้ลงทุนลงแรงไป ทั้งสองอย่างนี้ก็เป็นตัววัดผลว่าการลงทุนที่ทำไปนั้นคุ้มค่าการลงทุนหรือไม่ 

หากว่าคุณกำลังมองหาการช่วยเหลือในการทำการตลาดดิจิทัลบน Google, Facebook, LinkedIn หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ คุณสามารถที่จะติดต่อเราได้เลย เราคือ Digital Marketing Agency ชั้นนำในไทยที่จะช่วยให้คุณสามารถบรรลุ ROAS ที่สูงขึ้นได้ผ่านโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล