Google Keyword Planner

คุณกำลังมองหาวิธีการในการเพิ่มอันดับของการค้นหาบน Google และดึงดูดผู้ใช้มายังเว็บไซต์ของคุณอยู่ใช่ไหม? Google Keyword Planner (หรือ Keyword Planner) คือเครื่องมือที่จะช่วยคุณได้

Keyword Planner คือเครื่องมือที่ความเกี่ยวโยงกับ Google AdWords โดยตรง ดังนั้นคุณจึงสามารถที่จะเข้าถึงลิสต์ของ Keywords ได้อย่างทั่วถึงเพื่อประเมินมันในแง่มุมต่าง ๆ คัดเลือก และเพิ่มลงเป็น Keyword เป้าหมาย

Table of Contents

Google Keyword Planner คืออะไร?

Google Keyword Planner ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำการตลาดของธุรกิจมานานหลายปี เครื่องมือนี้ให้ข้อมูลของจำนวนในการค้นหา Keyword ในแต่ละเดือน ทำให้คุณสามารถเลือกได้ว่าควรที่จะใช้ Keyword ไหนบ้างในการผลิตเนื้อหาและข้อความ บนอินเตอร์เน็ต

การเขียนข้อความหรือเนื้อหาด้วย Keyword ที่เฉพาะเจาะจงทำให้คุณสามารถดึงดูดผู้ใช้งานมายังเว็บไซต์ได้มากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการผลิตข้อความหรือเนื้อหาที่จะไม่มีวันถูกค้นเจออีกด้วย

ถึงอย่างไรก็ตามฟีเจอร์การใช้งานของ Google Keywords ก็ไม่ได้ฟรีทั้งหมด เวอร์ชันฟรีนั้นให้คุณสามารถเข้าถึงได้เพียงข้อมูลประมาณการของ Search Volume ในแต่ละช่วงระยะเวลา หากว่าคุณต้องการเข้าถึงจำนวนจริงของ Monthly Search Volume คุณจะต้องใช้งาน Google Ads และเติมยอดเงินตามที่กำหนดไว้ไปยังบัญชีโฆษณาของคุณ แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจากว่า Google Keyword Planner ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถชนะการแข่งขันได้ เพราะคุณอาจเข้าถึง Keywords ที่คุณไม่อาจเข้าถึงได้ด้วยเครื่องมืออื่น ๆ

Google keyword planner

วิธีการใช้งาน Google Keyword Planner

เริ่มต้นด้วยการสร้างบัญชี จากนั้นคุณก็สามารถที่จะค้นหา Keywords เข้าถึงข้อมูล Search Volume และการคาดการณ์ของ Keywords เหล่านั้นได้เลย

เมื่อคุณทำ Keyword Research คุณอาจมีไอเดีย Keyword ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่คุณต้องการจะเขียน ซึ่งนั่นจะช่วยทำให้คุณสามารถเข้าถึงผู้บริโภคที่อาจสนใจในผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณได้เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้คุณยังสามารถค้นหาเป็นประโยค หรือหลาย Keyword ในเวลาเดียวกันก็ได้ หรือลองไปดูว่าเว็บไซต์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณหรือเว็บไซต์คู่แข่งติดอันดับ Keyword อะไรบ้าง

ข้อมูลที่คุณสามารถเข้าถึงได้จากการค้นหา Keyword ประกอบไปด้วย

  • Average Monthly Searches (จำนวนในการค้นหาเฉลี่ยต่อเดือน)
  • Competition (ระดับของการแข่งขัน)
  • Top of page bid (low range) (ราคาประมูลเฉลี่ยต่ำสุด)
  • Top of page bid (high range) (ราคาประมูลเฉลี่ยสูงสุด)

เมื่อคุณทำ Keyword Research เสร็จสิ้นแล้ว คุณสามารถที่จะวิเคราะห์ Keywords ที่เลือกอย่างเจาะลึกต่อได้ด้วยการดู Trends ของ Search Volume รวมไปถึงข้อมูลเชิงประชากร (Geographic Data) สำหรับ Keyword แต่ละตัว มีข้อมูลอีกมายรอให้คุณได้ค้นพบ การใช้งาน Google Keyword Planner จึงเป็นเรื่องสำคัญมากในทำ SEO

คุณกำลังมองหา Digital Agency ชั้นนำในไทยอยู่ใช่ไหม? ติดต่อเราเพื่อเข้ารับคำปรึกษากลยุทธ์ในการทำ Digital Marketing ได้ฟรี