9 เครื่องมือส่วนขยายทำ SEO ให้เป็นเรื่องง่ายบน Google Chrome Extensions

Keywords SEO ต้องมาดู 9 ปลั๊กอินสำหรับการทำ SEO ที่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณมากขึ้น เพราะเครื่องมือช่วยทำ SEO ในหน้าบราวเซอร์เหล่านี้จะช่วยให้คุณทำ SEO เบื้องต้นได้ง่ายขึ้น  

เลือกหัวข้ออ่านตามความสนใจ

เครื่องมือช่วยทำ SEO บน Google Chrome Extensionsเครื่องมือส่วนขยาย SEO บน Google Chrome Extensions

มาดูเครื่องช่วยทำ SEO หรือปลั๊กอินสำหรับติดตั้งบน Google Chrome ที่จะช่วยให้คุณสามารถทำ SEO เบื้องต้นได้ง่ายมากขึ้น แต่ละปลั๊กอินมีรายละเอียดตามนี้เลย

AIOSEO 

ส่วนขยาย AIOSEO บน Chrome Extension
source : 1 

เริ่มต้นกันด้วยเครื่องมือช่วยทำ SEO ที่ครบจบภายในตัวเดียว ด้วย extension ที่มีชื่อว่า AIOSEO ใครที่เป็นคนทำคอนเทนต์หรือเขียนคอนเทนต์น่าจะชอบ เนื่องจากตัวนี้เขาแสดงผลของเว็บไซต์ได้อย่างครบครัน เป็น extension ที่เหมาะสำหรับการทำ SEO เป็นอย่างดี 

ฟีเจอร์การใช้งาน : 

  1. SEO Optimizer
  2. Rich Snippets (Schema)
  3. Smart Sitemaps
  4. Local SEO
  5. WooCommerce SEO
  6. Advanced SEO Modules

Detailed SEO Extension

ส่วนขยาย Detailed SEO Extension 

ตัวอย่างหน้าเพจบนเว็บไซต์ : จ้างบริษัททำ SEO ควรรู้อะไรบ้าง

Detailed SEO Extension ตัวนี้เป็น extension อีกตัวที่แสดงผลการวิเคราะห์หน้าเว็บไซต์ได้อย่างแม่นยำ ไม่ทำให้หน้าบราวเซอร์ทำงานช้าลง มีการประเมินผลมาให้ว่าสิ่งที่อยู่บนเว็บไซต์มีอะไรบ้าง ควรเพิ่มหรือควรลดตรง ณ จุดใด นอกจากนี้ดีไซน์ตัวหนังสือและสียังถูกออกแบบมาให้อ่านง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน  

ฟีเจอร์การใช้งาน :

  • แสดงข้อมูล headings, subheadings, meta title & description และลิงก์ต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ 
  • สามารถแสดงผลลัพธ์ของหน้าเว็บไซต์บนเครื่องมือทำ SEO หน้าง่ายภายในไม่กี่วินาที  
  • ALT รูปภาพ 
  • Local SEO

SEO META in 1 click 

ส่วนขยาย SEO META in 1 click

ตัวอย่างหน้าเพจบนเว็บไซต์ : แจกทริคการทำ SEO บน YouTube

สำหรับเครื่องมือช่วยทำ SEO บน Google Chrome Extensions ตัวต่อมา SEO META in 1 click เป็นการใช้งานที่สะดวกรวดเร็วมาก ๆ แสดงผลทุกอย่างภายในคลิกเดียว เหมาะกับคนทำ SEO ที่ชอบความรวดเร็วและแสดงผลข้อมูลตามที่ต้องการได้อย่างว่องไว 

ฟีเจอร์การใช้งาน :

  1. title และจำนวนความยาวของ title 
  2. description และจำนวนความยาวของ description
  3. URL และ meta-canonical url 
  4. meta-robots
  5. สามารถแสดงผลแบบ HTML (H1, H2, H3, H4, H5 and H6) ได้ 
  6. จำนวนของรูปภาพที่มี ALT และไม่มี ALT 

Keyword Surfer 

การค้นหาสุนัข Keyword Surfer

อันนี้เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือในการทำ SEO ที่แนะนำเลย เนื่องจากสิ่งที่สำคัญอย่างมากสำหรับนักเขียนคอนเทนต์หรือคนทำคอนเทนต์ต้องทำคือการรีเสิร์ชหาข้อมูล ดังนั้น Keyword Surfer จึงเป็นเครื่องมือสำหรับการค้นหาคีย์เวิร์ดที่บอกได้เลยว่าแสดงผลได้อย่างแม่นยำ และยังแสดงผล Search volume มาให้ บอกเลยว่าครบครัน 

ฟีเจอร์การใช้งานส่วนขยาย :

  • ค้นหาคีย์เวิร์ด 
  • แสดง Search volume และ SEO difficulty (SD)
  • สามารถเลือกประเทศของุดข้อมูลได้มากถึง 70 ประเทศทั่วโลก

SEO Minion

ส่วนขยาย seo minion

source : 1 

เครื่องมือ SEO บน Google Chrome Extensions อีกตัวที่ขาดไปไม่ได้คือ SEO Minion เพราะตัวนี้จะช่วยเรื่องการรีเสิร์ช Keyword ได้เป็นอย่างดี เมื่อก่อน SEO Minion เป็น extension ที่สามารถใช้งานได้ฟรี แต่ปัจจุบันนี้มีเฉพาะการใช้ง่ายที่เสียเงินเท่านั้นเพื่อให้ได้ใช้งานได้อย่างครบครันมากยิ่งขึ้น 

ฟีเจอร์การใช้งาน :

  • วิเคราะห์ข้อมูล On-Page SEO 
  • แสดงลิงก์ทั้งหมด (ทั้ง internal และ external)
  • เช็ค Broken Links
  • สามารถก๊อปปี้และดาวน์โหลด URLs & data จาก Google SERP ไม่ว่าจะเป็น Organic, Advert,  Local, Product, Video, Image, Fresh, News, FAQ listings & PAA data

Ahrefs’ SEO Toolbar 

ตัวอย่างการใช้งาน Ahrefs’ SEO Toolbar

source : 1 

คนทำ SEO คงไม่มีใครไม่เคยได้ยินชื่อ Ahrefs ตัวนี้เขาเป็นส่วนขยายตัวท็อปเรื่องการทำ SEO และยังมี Ahrefs ในรูปแบบของ extension ที่ให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย แสดงผลได้อย่างครอบคลุม และ Ahrefs’ SEO Toolbar ยังช่วยทำ content marketing และช่วยวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่งทางการตลาดให้คุณอีกด้วย 

ฟีเจอร์การใช้งาน :

  • รายงานผล SEO report 
  • อันดับการค้นหาในหน้า SERP 
  • แสดงลิงก์ของเว็บไซต์ได้ครอบคลุม
  • แสดงอันดับการค้นหาหน้า SERP ในการค้นหาแบบเปลี่ยนประเทศ เช่น จากเดิมต้องการค้นหาผลการค้นหา SERP ในประเทศไทย แต่เปลี่ยนไปค้นหาผลการค้นหา SERP ในประเทศเวียดนามแทน 

SEOquake

ตัวอย่าง SEOquake

source : 1 

อีกส่วนขยายที่จะช่วยในการทำ SEO ของคุณให้เป็นเรื่องง่าย SEOquake เป็นเครื่องมือทำ SEO ที่กำลังมาแรงสุด ๆ ในขณะนี้ สามารถดาวน์โหลดปลั๊กอินดังกล่าวได้ฟรีไม่เสียค่าจ่าย ตรวจสอบและวิเคราะห์เว็บไซต์ได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ว่าควรปรับปรุงตรงจุดไหนบ้าง

ฟีเจอร์การใช้งาน :

  • ดูข้อมูล On-Page SEO ได้อย่างง่ายดาย 
  • ส่งข้อมูลออกเป็นไฟล์ได้ 
  • สามารถดู Internal Links และ External Links
  • สามารถเปรียบเทียบโดเมนและ URLs ได้แบบเรียลไทม์
  • SEO Audit 

Mangools SEO Extension

ตัวอย่างการใช้งาน Mangools SEO Extension

source : 1 

ขาดไปไม่ได้กับส่วนขยาย Mangools SEO Extension เครื่องมือทำ SEO ที่แสดงผลได้ครอบคลุมหลายอย่างมาก ดีไซน์ออกมาได้สวย น่าใช้งาน แถมหน้าแสดงผลการค้นหายังดูวัยรุ่น เหมาะกับคนทำ SEO รุ่นใหม่ที่ชอบความสดใหม่ของดีไซน์ แต่ข้อเสียของ extension ตัวนี้คือการใช้งานแบบฟรีนั้นใช้งานได้ไม่ครอบคลุมการทำ SEO เชิงลึก ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการทำ SEO 

ฟีเจอร์การใช้งาน :

  • rank tracking 
  • หาข้อมูลคีย์เวิร์ด
  • วิเคราะห์คู่แข่ง
  • วิเคราะห์ backlink 
  • วิเคราะห์ SERP 

Ubersuggest 

ส่วนขยาย ubersuggest

ปิดท้ายกันด้วย Ubersuggest ที่เป็น extension ตัวโปรดของใครหลาย ๆ คนเลย เนื่องจากตัวนี้เขามีทั้งแผนการใช้งานแบบฟรีและแบบเสียเงิน สำหรับแบบฟรีก็สามารถแสดงผลได้อย่างครอบคลุม ไม่ต้องกังวลว่าจะแสดงผลได้ไม่เพียงพอ เพราะแค่ตัวนี้ตัวเดียวก็เหมาะสำหรับการรีเสิร์ช SEO ได้อย่างครอบคลุมแล้ว แถมยังมีบริการ backlink ที่จะช่วยให้คุณสามารถตรวจสอบ Backlink ของเว็บไซต์ของคู่แข่งและนำมาปรับใช้ในเว็บไซต์ของคุณ

ฟีเจอร์การใช้งาน :

  • Backlink Monitoring
  • แดชบอร์ด
  • หาข้อมูลคีย์เวิร์ด
  • การจัดการลิงก์
  • การจัดการ SEO
  • วิเคราะห์เทรนด์
  • วิเคราะห์คู่แข่ง
  • วิเคราะห์เว็บไซต์

วิธีการติดตั้งส่วนขยาย SEO Extensions ลงบน Google Chrome

หลังจากที่ได้ทำความรู้จักหรือคุ้นหูคุ้นตากันไปบ้างแล้วกับเครื่องมือช่วยทำ SEO ที่อยู่ในฟังก์ชันเครื่องมือขยายของกูเกิ้ล หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า Google Chrome Extension มาดูวิธีการติดตั้งง่าย ๆ ที่จะทำให้การทำ SEO หรือการค้นหาข้อมูล SEO (SEO Research) ของคุณเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

1.พิมพ์ชื่อ Extension ที่คุณต้องการติดตั้งลงไปในหน้าค้นหาของกูเกิ้ล หรือจะพิมพ์เข้าไปที่เว็บไซต์ของ Google Chrome Extension: https://chrome.google.com/webstore/category/extensions

2.หลังจากที่ได้ทำการพิมพ์ชื่อเครื่องมือไปแล้ว ให้กดติดตั้งด้วยการคลิกปุ่ม “เพิ่มใน Chrome” ดังรูปภาพ  

ตัวอย่างการติดตั้ง seo extension

3.หลังจากที่กดปุ่มเพิ่มใน Chrome เข้าไปแล้ว สามารถคลิกปุ่ม Extensions เพื่อทดสอบการใช้งานได้ทันที โดยคุณสามารถที่จะติดตั้งได้ทันที เท่านี้คุณก็จะมีเครื่องมือในการช่วยทำ SEO เบื้องต้นแล้วตัวอย่าง seo extension

source : 1

ข้อดีและข้อเสียของการติดตั้งเครื่องมือช่วยทำ SEO Extensions ลงบน Google Chrome

สำหรับใครที่เป็นนักเขียนคอนเทนต์ คนทำการตลาดออนไลน์ หรือเจ้าของธุรกิจที่กำลังสนใจจะติดตั้งเครื่องมือช่วยทำ SEO เหล่านี้ สามารถดูข้อดี – ข้อเสียของ SEO extension เพื่อประกอบการตัดสินใจได้

ข้อดี : 

  • ประหยัดเวลาในการสืบค้นข้อมูล 
  • สามารถค้นหาไอเดียเพื่อทำคอนเทนต์ได้ง่ายดาย
  • ค้นหาคีย์เวิร์ดได้รวดเร็วภายในระยะเวลาไม่กี่คลิก 

ข้อเสีย : 

  • สำหรับการใช้งาน extension แบบฟรี ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ใช้ได้สำหรับการทำ SEO เบื้องต้นเท่านั้น ถ้าอยากได้ข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้นควรจ้างบริษัท Agency การตลาดออนไลน์
  • ใช้เวลาในการศึกษาและทำความเข้าใจปลั๊กอินต่าง ๆ 

ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลของการติดตั้ง SEO extension

ในส่วนของความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเมื่อทำการติดตั้งเครื่องมือช่วยทำ SEO ลงในบราวเซอร์ของคุณ เรื่องความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวไม่ได้จะหายไปไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงคือการล่าช้าของบราวเซอร์ของคุณ แต่สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงคือการล่าช้าของการแสดงผลในหน้าบราวเซอร์ของคุณล

เนื่องจากการติดตั้งเครื่องมือ extension ลงในบราวเซอร์เป็นจำนวนมากอาจจะส่งผลให้การทำงานของบราวเซอร์ของคุณนั้นช้าลง ดังนั้นคุณควรเลือกใช้ Google extension ที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ควรติดตั้งทุกอย่างลงไป แต่ควรให้ความสำคัญของการเลือกใช้ extension ที่เหมาะกับการใช้งานของคุณเท่านั้น 

การติดตั้งเครื่องมือช่วยทำ SEO ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณประหยัดเวลามากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่แม่นยำได้มากขึ้น สามารถวิเคราะห์เว็บไซต์ของคู่แข่งได้อย่างตรงจุด